ความเป็นมาหลักสูตร MBBS

ชื่อตัวย่อว่า “M.B.B.S.” หรือ Bachelor of Medicine , Bachelor of Surgery มาจากคำภาษาลาตินว่า Medicinae Baccalaureus, Baccalaureus Chirurgiae มีตัวย่อที่ใช้กันหลายแบบ เช่น “MBS”, MB BChir, BM BCh, MB BCh, MB ChB, MBBS, BM, BMed, M.B.B.S. เป็นต้น ซึ่งเทียบเท่ากับ MD : Doctor of Medicine ของสหรัฐอเมริกา ใช้เวลาเรียน 5+1 ปีการศึกษา (Including one year internship)

ความจริงของหลักสูตร MBBS

ประเทศจีนเติบโตอย่างรวดเร็วกลายเป็นประเทศที่ได้รับความนิยมมากที่สุดสำหรับการศึกษาในเอเชีย ในหลักสูตรเรียนแพทย์อินเตอร์ที่จีน MBBS ทุกปีมีนักศึกษาต่างชาติมาถึงประเทศจีนเพื่อเข้าศึกษาในหลักสูตรการแพทย์ กว่า10,000 คน ในการศึกษาหลักสูตร MBBS ในประเทศจีนได้กลายเป็นที่นิยมมากขึ้นตั้งแต่ปี 2004 โรงเรียนแพทย์ที่มีหลักสูตร MBBS เป็นที่ยอมรับจากแพทยสภาของประเทศจีนและได้รับการยอมรับจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ใน “รายชื่อของโรงเรียนแพทย์โลก” และได้รับปริญญาทางการแพทย์ที่ทั่วโลกให้การยอมรับ

หลักสูตร MBBS ในประเทศจีนตอนนี้มี 49 มหาวิทยาลัยในประเทศจีนที่ดีที่สุดและได้รับการอนุมัติจากกระทรวงศึกษาธิการจีน ให้สามารถเปิดรับสมัครนักศึกษาต่างชาติเข้าศึกษาในหลักสูตรทางการแพทย์ ในระดับปริญญาตรีภาษาอังกฤษในประเทศจีนและยังสามารถให้การศึกษาระดับปริญญาโทในการแพทย์พื้นฐานและการแพทย์คลินิก และโรงพยาบาลในเครือจะต้องมีระดับ A ขึ้นไป

โดยทั่วไปหลักสูตร MBBS จะเป็นหลักสูตรหกปี หลังจากจบการศึกษาขั้นพื้นฐานแล้ว จะต้องเรียนรู้การปฏิบัติโดยจะมีการการฝึกงานระยะยาวรายปีสำหรับการปฏิบัติ และนักเรียนยังมีทางเลือกที่จะฝึกงานในประเทศจีนหรือบ้านเกิดของตน ในมหาวิทยาลัยนั้นๆอาจมีเงื่อนไขเพิ่มเติมบางอย่างสำหรับการสมัครเพื่อตอบสนองเช่นคะแนนสูงในเรื่องของชีววิทยาเคมีและคณิตศาสตร์ นอกจากนี้แม้ว่าสื่อการสอนเป็นภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนต่างชาติยังจะต้องเรียนภาษาจีนเพื่อการสื่อสารกับผู้ป่วยในชั้นคลินิก โรงเรียนแพทย์บางแห่งมีข้อกำหนดให้นักศึกษาต่างชาติผ่านการทดสอบ HSK (ความสามารถทางภาษาจีน) ก่อนจบการศึกษาเพื่อเป็นเครื่องพิสูจน์ว่านักศึกษาสามารถสื่อสารกับผู้ป่วยได้

โดยส่วนมากมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงที่มีการสอนในหลักสูตรเรียนแพทย์จีน MBBS จะได้รับการรับรองจากองค์การอนามัยโลก (WHO) และมีสิทธิ์สอบ ใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมจากทั่วโลกได้ อาทิเช่น การแพทย์สภาปากีสถาน (PMDC), การแพทย์สภาอินเดีย (MCI), ซาอุดิคณะกรรมการพิเศษเพื่อสุขภาพ (SCHS) ในสหราชอาณาจักร(PLAB) และใบอนุญาตทางการแพทย์ของสหรัฐอเมริกา (USMLE) ฯลฯ

โรงพยาบาลในไทยกำลังเติบโตมากขึ้นในทิศทางเดียวกันกับธุรกิจท่องเที่ยว เพื่อรองรับคนไข้จากรอบโลก ลักษณะโรงพยาบาลปัจจุบันจึงเป็น โรงพยาบาลขนาดใหญ่ คุณภาพระดับโลกและมีความเป็นนานาชาติดังเช่น โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ โรงพยาบาลสมิติเวช โรงพยาบาลกรุงเทพ ฯลฯ นอกจากนี้การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(AEC) ล้วนเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้มีแนวโน้มคนไข้ชาวต่างชาติมากขึ้น เพื่อรองรับการเติบโตของโรงพยาบาลที่ขยายมากขึ้นในอนาคต โรงพยาบาลใหญ่ๆจึงมีความต้องการบุคลากรด้านการเรียนแพทย์ที่มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

1. มีความรู้ด้านภาษา หลายภาษา โดยเฉพาะ แพทย์ ที่มีความสามารถด้านภาษาอังกฤษ และจีน เนื่องจากเป็นภาษาที่มีการใช้มากในระดับนานาชาติ
2. มีความรู้เฉพาะทางในศาสตร์การแพทย์ จำเป็นต้องศึกษาต่อเฉพาะทาง ซึ่งหากจะเรียนต่อในมหาลัยที่มีมาตรฐาน จำเป็นต้องจบจากมหาลัยที่มีมาตรฐานระดับสากล และมีพื้นฐานทางด้านภาษาที่ดีสำหรับหลักสูตรประเทศนั้นๆ
หลักสูตรแพทย์อินเตอร์ที่จีน (MBBS) การเรียนแพทย์ ภาษาอังกฤษ จึงเป็นโอกาสที่ดีและเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง สำหรับการศึกษาในสาขาอาชีพแพทย์ สำหรับการเรียนแพทย์ต่างประเทศ เนื่องจาก นักศึกษาจะได้ทั้งภาษาอังกฤษ และภาษาจีน ซึ่งเป็นข้อได้เปรียบดังคุณสมบัติทั้งสองข้อด้านบน ต่อมาเรามาพิจารณาว่าปัจจัยอะไรที่ทำให้ เรียนแพทย์ แล้วประสบความสำเร็จ เพื่อที่จะประเมินว่าทางเลือกที่มาทางเลือกใดเป็นทางเลือกที่เหมาะสมบ้าง

ปัจจัยการ เรียนแพทย์ / เรียนแพทย์อินเตอร์ ให้ประสบความสำเร็จ จะประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก คือ

1. อาจารย์
อาจารย์ที่มีความรู้ความสามารถและมีประสบการณ์ โดยกลุ่มนี้มักเลือกที่จะอยู่ในเมืองใหญ่ๆ เช่น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กวางเจา ฯลฯ สิ่งอำนวยความสะดวกครบครันมากกว่า คุณภาพชีวิตดีกว่าโดยเปรียบเทียบ ดังเช่น คนเก่งๆมักมีค่านิยมอยากทำงานหรือมาเรียนในกรุงเทพ เมืองหลวง เป็นต้น
2. นักเรียน
นักเรียนเองต้องมีความตั้งใจเป็นอย่างมากทั้งด้านศาสตร์ทางการแพทย์และการเรียนภาษาจีนเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มข้อได้เปรียบให้แก่ตนเองเมื่อจบมาทำงาน แต่แน่นอนว่าการเรียนการสอนแพทย์ที่จีน นั้นจะหนักกว่าการเรียนหมอในไทย เนื่องจากผู้เรียนต้องเรียนภาษาจีน ควบคู่ไปด้วย
3. เครื่องมือ อุปกรณ์
ความพร้อมด้าน เครื่องมือ และเทคโนโลยีนวัตกรรมทางการแพทย์จะช่วยเปิดวิสัยทัศน์ของผู้เรียนได้ ซึ่งโรงพยาบาลในประเทศจีน มีความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะโรงพยาบาลใหญ่ๆในเมืองหลักๆ จะมีความพร้อมด้านเครื่องมือในการศึกษา รวมทั้งในแง่การยอมรับสากลด้วยเช่นกัน สำหรับน้องๆที่สนใจจะเรียนต่อแพทย์ต่างประเทศ ในขั้นสูงต่อไป

ตารางเปรียบเทียบการเรียนต่อแพทย์จีน และ เรียนแพทย์ในประเทศไทย

University

Ranking

Standard

Tuition fee (Baht) / Year

City

Study Length

Fudan university

Asia ranking (10)

A++

350,000-400,000 บาท

Shanghai

5 ปี + 1ปี (ฝึกงาน)

China ranking (3)

Chulalongkorn university

Asia ranking (23)

A++

30,000-40,000บาท

Bangkok

6 ปี + 3ปี

(ใช้ทุน)

Thailand ranking (2)

Sun Yat-Sen University

Asia ranking (33)

A+

200,000-250,000 บาท

Guangzhou

6 ปี

China ranking (6)

Capital Medical university

Asia ranking (-)

A+

150,000-200,000 บาท

Beijing

5 ปี + 1ปี (ฝึกงาน)

China ranking (7)

มหาวิทยาลัยรังสิต

/แพทย์รังสิต

Asia ranking (-)

B+

450,000 บาท

Bangkok

6 ปี

Thailand ranking (10+)

มหาวิทยาลัยมศวประสานมิตร

/แพทย์ มศว

Asia ranking (-)

A

300,000 บาท

Bangkok

6 ปี

(อัพเดตข้อมูล ณ วันที่ 9 มิถุนายน 2017)

อ้างอิงข้อมูล

1. Asia Ranking: http://www.topuniversities.com/node/2448/ranking-details/asian-university-rankings/2013 ,http://www.topuniversities.com/node/2279/ranking-details/asian-university-rankings/2013,http://www.topuniversities.com/university-rankings/asia-university-rankings/2012/faculty-area-rankings/life-science-biomedicine
2. China Ranking: http://www.at0086.net/rank/Top-10-China-Universities-for-Medicine-Study.html
3. Thailand Ranking: http://www.qa.ku.ac.th/Download/ranking/QS.pdf

4. http://www.gaokao.com/e/20140410/5346394f88c60.shtml